การสร้างเกณฑ์เปรียบเทียบ หรือ norming คือกระบวนการแปลงคะแนนดิบของแบบทดสอบย่อยแต่ละชุดให้เป็นตำแหน่งเมื่อเทียบกับกลุ่มอ้างอิง เพื่อให้เปรียบเทียบกันในรูป IQ ได้ BrainTypeIQ ภาษาญี่ปุ่นใช้ผู้ทำครั้งแรก 841 คนที่มีเงื่อนไขการวิเคราะห์ตรงกันเป็นเกณฑ์เปรียบเทียบ เวอร์ชันภาษาไทยใช้การให้คะแนนชั่วคราวในปัจจุบัน พร้อมสะสมข้อมูลภาษาไทยต่อไป
ใช้ 841 คนเป็นเกณฑ์เปรียบเทียบจากประวัติการทำสำเร็จกว่า 2,000 รายการ
เวอร์ชันภาษาญี่ปุ่นสะสมประวัติการทำสำเร็จไว้มากกว่า 2,000 รายการ แต่ในจำนวนนี้มีทั้งการทำซ้ำและการทำภายใต้ข้อสอบหรือเงื่อนไขการให้คะแนนที่ต่างจากปัจจุบัน
จึงมีการตรวจสอบสถานะการตอบ ประวัติการทำ ข้อสอบที่ใช้ และเงื่อนไขการให้คะแนน แล้วจำกัดกลุ่มวิเคราะห์ไว้ที่ 841 คนซึ่งทำแบบทดสอบย่อยฉบับปัจจุบันครบทั้ง 9 ชุดเป็นครั้งแรกภายใต้เงื่อนไขเดียวกัน เกณฑ์เปรียบเทียบของแบบทดสอบย่อยทั้ง 9 ชุดสร้างจากการแจกแจงคะแนนดิบของ 841 คนนี้
คนกลุ่มเดียวกันนี้ยังใช้ในการวิเคราะห์ความเที่ยงของ BrainTypeIQ
IQ และเปอร์เซ็นไทล์ของ BrainTypeIQ แสดงตำแหน่งสัมพัทธ์เมื่อเทียบกับผู้ทำครั้งแรกของเวอร์ชันภาษาญี่ปุ่นกลุ่มนี้ ความสัมพันธ์ระหว่าง IQ 100, 120, 130 กับเปอร์เซ็นไทล์ ใช้เป็นแนวทางอ่านตำแหน่งบนสเกลร่วม
การสร้างเกณฑ์เปรียบเทียบแปลงคะแนนดิบเป็น IQ ที่เทียบกันได้
แม้จะตอบถูก 20 ข้อเท่ากัน แต่หากจำนวนข้อ ความยาก หรือกลุ่มที่นำมาเปรียบเทียบต่างกัน ก็ไม่จำเป็นต้องแสดงระดับความสามารถเท่ากัน ระบบจึงหาว่าคะแนนดิบของแบบทดสอบย่อยแต่ละชุดอยู่ตำแหน่งใดในการแจกแจงของ 841 คน แล้วแปลงเป็นสเกลร่วมที่ใช้เปรียบเทียบข้ามแบบทดสอบย่อยได้
ขั้นตอนการนำคะแนนแบบทดสอบย่อยไปสร้าง 5 ด้าน GAI/CPI และ IQ รวม อธิบายไว้ใน วิธีคำนวณคะแนนของ BrainTypeIQ ส่วน คุณภาพการวัดของแบบทดสอบ IQ แยกบทบาทของการสร้างเกณฑ์เปรียบเทียบ ความเที่ยง และความตรงออกจากกัน
ใช้ข้อมูล 739 คนอายุ 18–54 ปีเพื่อสะท้อนแนวโน้มตามอายุ
การสร้างการแจกแจงคะแนนดิบใช้ข้อมูลทั้งหมด 841 คน ส่วนแบบจำลองอายุสร้างโดยเน้นข้อมูล 739 คนในช่วงอายุ 18–54 ปี
| ด้าน | วิธีใช้ข้อมูลอายุ |
|---|---|
| Gc หรือความสามารถจากความรู้และภาษา | ไม่ปรับคะแนนตามอายุ |
| Gf, Gv, Gwm และ Gs | สะท้อนแนวโน้มตามอายุที่พบจากข้อมูลลงในคะแนนแบบทดสอบย่อย |
ความต่างนี้เกิดจากความสามารถแต่ละด้านสัมพันธ์กับอายุไม่เหมือนกัน รายละเอียดการเปลี่ยนแปลงของแต่ละความสามารถอธิบายไว้ใน สติปัญญากับอายุ
การแบ่งข้อมูลตรวจสอบพบว่าส่วนต่างสูงสุดของค่าเฉลี่ย IQ รวมระหว่างช่วงอายุคือ 3.77 คะแนน
กลุ่ม 841 คนที่ใช้สร้างเกณฑ์เปรียบเทียบถูกแบ่งเป็นข้อมูลฝึก 70% และข้อมูลตรวจสอบ 30% โดยคงองค์ประกอบตามช่วงอายุไว้ จากนั้นทำซ้ำ 100 ครั้ง โดยนำวิธีแปลงคะแนนที่สร้างจากข้อมูล 70% ไปใช้กับข้อมูล 30% ที่ไม่ได้ใช้สร้างวิธีนั้น เพื่อตรวจว่าผลไม่ได้ขึ้นอยู่กับการแบ่งข้อมูลแบบใดแบบหนึ่ง ผลพบว่า ค่าเฉลี่ย IQ รวมของ 4 ช่วงอายุมีส่วนต่างสูงสุดที่ยังเหลืออยู่ 3.77 คะแนน
3.77 คะแนนคือส่วนต่างสูงสุดของค่าเฉลี่ยระหว่างช่วงอายุ เมื่อใช้วิธีแปลงคะแนนกับข้อมูลที่ไม่ได้ใช้สร้างวิธีนั้น